ไม่มีศึกไหนที่จะเรียกคนเข้าชมในสนามได้ดีเท่าศึกแดงเดือดอีกแล้ว  อาจจะเพราะว่าเป็นสองทีมที่ขับเขี้ยวกันมาอย่างยาวนาน ด้วยสายชั้นที่ไม่ห่างกันมา และยังเป็นทีมที่มีความสามารถไล่เลี่ยกันมาตลอด เป็นทีมที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือนขมิ้นกับปูน ไม่ว่าจะการแข่งขัน หรือ กองเชียร์ไม่สามารถที่จะมาเป็นมิตรกันได้เลย ทำให้ศึกการแข่งขันที่เมื่อไหร่สองทีมนี้ได้ลงสนามชิงชัยกัน จะต้องมีคนสนใจกันอย่างมากมาย เพราะว่าเป็นคู่แข่งที่กินกันไม่ลงเลย ใครที่เป็นแฟนของสองทีมนี้ บอกเลยว่าต้องลองดูกันแบบไม่คาดสายตา เทียบกันให้เลยว่าใครที่จะเหนือกันในเรื่องความสามารถ

1.ภาพรวมถ้วยรางวัล

1.ภาพรวมถ้วยรางวัล

เมื่อทียบทั้งสองทีมแล้ว พบว่าทั้งสองทีมในปัจจุบันนี้เก็บได้เท่ากันเปะ ไม่มีใครมากกว่า หรือน้อยกว่า โดยที่จำนวนถ้วยสะสมของทั้งทีมแมนยู และลิเวอร์พลูอยู่ที่ 42 ถ้วนแบบเปะ ๆ เลย ได้มาจาก 42 รายการเท่ากันเลย ถ้าวัดกันตรงนี้ก็ยังไม่เจอว่าใครที่มีความสามารถเหนือว่ากัน เพราะว่าได้จำนวนเท่ากันเลย

2.ลีกสูงสุด

ลีกสูงสุด

ลองมาดูเทียบกันที่ลีกสูงสุด ของแต่ละทีมที่ลงแข่งขัน ต่างพบว่าจำนวนแชมป์ที่รับจากการลงแข่งขันสูสีกันอย่างมาก เมื่อดูตามสถิติแล้วพบว่า

  • ลิเวอร์พูล ทำประตูได้แชมป์ลีกสูงสุด 18 ครั้ง
  • แมนยูฯ ทำประตูลีกสูงสุดของประเทศ 20 ครั้ง

เท่ากับว่า เมื่อเทียบเรื่องของตำแหน่งแชมป์ลีกสุงสุดแล้ว แมนยูนำไป 1 แต้ม เท่ากับว่าถ้าเทียบกันที่ลีกสูงสุดแล้วลิเวอร์พลูยังเป็นรองแมนยูถึง 2 ชัยชนะด้วยกัน

3.แชมป์เอฟ เอ คัพ

แชมป์เอฟ เอ คัพ

อีกหนึ่งสนามที่จะต้องเอามาวัดเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ทราบว่าทีมไหนที่จะสามารถคว้าชัยชนะได้มากกว่ากัน เพื่อนำมาประกอบวัดว่าทั้งทีมใครที่มีความสามารถเหนือกว่า

  • ลิเวอร์พูล เอฟเอ คัพ 7 ครั้ง
  • แมนยูฯ เอฟเอ คัพ 12 ครั้ง

พอมาดูที่ลีกของเอฟเอคัพแล้ว พบว่าทีมแมนยูเหนือว่าเกือบเท่าตัวเลยด้วยชัยชนะที่มากกว่า ถึง 5 ครั้ง ตอนนี้ถ้าเทียบกันที่ 2 สนามการแข่งขัน แมนยูฯกลายเป็นผู้ที่มีความสามารถเหนือกว่านำไปที่ 2 จุด

4.ลีก คัพ

4.ลีก คัพ

ทั้งสองทีมมีโอกาสที่จะลงแข่งขันในสนามรายการเดียวกันหลายรายการเลย ลีก คัพ ก็เป็นอีกรายการที่ได้ถ้วยแชมป์กันมา เมื่อลองดูสถิติของการได้ชัยชนะพบว่า

  • ลิเวอร์พูล ลีก คัพ 8 ครั้ง
  • แมนยูฯ ลีก คัพ 5 ครั้ง

นับดูแล้วพบลิเวอร์พลูมีชัยเก็บได้ไปอีกหนึ่งแต้ม เพราะว่าในรายการลีกคัพ ได้ถ้วยมากกว่า 3 ครั้งเลย ทำให้แมนยูฯนำการเก็บแต้มวัดคะแนนครั้งนี้เพียง 1 แต้มเท่านั้นเอง

5.แชมป์ยุโรป

ยุโรป

อีกหนึ่งรายการที่จะต้องติดตาม คือแชมป์ยุโรป ที่ทั้งสองทีมไม่พลาดที่จะลงแข่งขัน เพื่อเพิ่มดีกรีความสามารถ โดยในการแข่งขันนี้ ทั้งสองทีมก็ได้เก็บถ้วยกลับบ้านอย่างมากมาย ซึ่งเป็นดังนี้

  • ลิเวอร์พูล แชมป์ยุโรป 6 ครั้ง
  • แมนยูฯ ลีก แชมป์ยุโรป 3 ครั้ง

จากการเทียบถ้วยที่สามารถคว้ากลับบ้านได้ในครั้งนี้ลิเวอร์พลูทำแต้มกลับมาชนะ ได้ถ้วยมากกว่าในรายการนี้มากถึงครึ่งหนึ่งเลย เพราะว่าคว้าแชมป์มากกว่า 3 ครั้งเลยทีเดียว ทำให้ตอนนี้ทั้งสองทีมมีความสามารถที่เท่า ๆ กันเลยถ้าเทียบจากรายการถ้วยที่สามารถทำได้ทุกรายการที่ผ่านมา

6.ถ้วยรายการอื่นๆ 

6.ถ้วยรายการอื่นๆ

ยังมีอีกหลายรายการที่ทั้งสองทีมลงแข่งขัน แล้วสามารถที่จะคว้าถ้วยกลับบ้านติดมือกลับมาได้ด้วย โดยหากนำจุดนี้มาวัดแล้วจะได้ผลต่อไปนี้

  • ลิเวอร์พูล 3 ถ้วย
  • แมนยูฯ ลีก 2 ถ้วย

ตอนนี้กลายเป็นลิเวอร์พลูที่เบียดมาทำคะแนนเหนือกว่าด้วยรายการถ้วยจากรายการปะปลายที่มากกว่า 1 ถ้วยเท่านั้น ซึ่งถ้านำรายการทุกรายการมารวมกันเท่ากับเสมอ เพราะว่าถ้วยที่ทั้งสองทีมเก็บมาได้มีจำนวนที่เท่ากัน 42 ถ้วยนั่นเอง เบบนี้จึงตอบได้ยากว่าทีมไหนที่มากความสามารถกว่ากัน

รู้หรือไม่ ถ้านับตามจำนวนถ้วยทุกรายการ ทีมไหนมีลำดับความสามารถเท่าไหร่

หรือไม่ ถ้านับตามจำนวนถ้วยทุกรายการ ทีมไหนมีลำดับความสามารถเท่าไหร่

หากลองมาดูทีมอื่น ๆ ที่ในระดับเดียวกันกับสองทีมแดงเดือด จะพบว่าทีมเพื่อนบ้าน อย่าง  อาร์เซน่อล เก็บถ้วยได้ 30 รายการ รองลงมาจะเป็นเชลซี จำนวน 24 รายการ ลำดับที่ 3 เป็นทีม แอสตัน วิลล่า ได้มากถึง 20 รายการ ทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้ คว้าถ้วยไปได้ที่จำนวน 19 รายการ เมื่อดูจากจำนวนถ้วยที่ทีมอื่นๆ ทำได้ ทีมแมนยูฯ และลิเวอร์พลูก้นับว่าเป็นทีมที่มากความสามารถในระดับต้น ๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งสองทีมนี้จึงเป็นขวัญใจคอบอลพรีเมียร์ลีกส์ชาวไทย ที่ติดตามชม และเชียร์กันมาอย่างยาวนานมาก หากดูตามสถิติศึกแดงเดือดแล้วนั้น ปรากฏว่าลิเวอร์พลูลงสนามแล้วชนะแมนยูมากกว่าถึง 3 นัดเลย ใครที่เป็นแฟนติดตามการแข่งขันในวันแดงเดือดรแบหน้าลองดูกันว่าแมนยูจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ และผลการแข่งขันล่าสุดในศึกแดงเดือด ลิเวอร์พลูก็ทำประตูเอาชนะแมนยูได้ไปมากถึง 5 ประตู โดยที่แมนยูไม่สามารถตีไข่แตกได้ด้วย เพราะว่ามีหนึ่งลูกที่ยิงเข้าโดยคริสเตียนโน่ แต่ต้องถูกหักออกเพราะว่าล้ำหน้าเพียงเสียวแขนเท่านั้น จึงเป็นแดงเดือดที่ชาวแมนยูเศร้าไม่น้อย

RFF :